กลับหน้าแรก
 
จับเรื่องราวมาเรียงร้อยเป็นถ้อยคำโดย : มารีลีน      
ชิงช้าสวรรค์ เครื่องเล่นที่เป็นสัญลักษณ์ของงานวัด
 



       " ครั้งหนึ่งเธอจำได้ไหมสองเราเคยเที่ยวงานวัดบ้านใต้ ทำบุญปิดทอง
องค์พระมาลัย   ก่อพระเจดีย์ทรายร่วมกันสาบาน....สาบานต่อหน้าหลวงพ่อ
สองคนนั่งจุดเทียนที่ต่อหวังพรจากองค์หลวงพ่อ..บนบานขอความรักยั่งยืน"

ความทรงจำ กับถ้อยคำในเพลงข้างต้น อาจทำให้หลายๆ  คนครุ่นคิดถึงอดีต
ที่เหมือนเพิ่งโบกมือลาเราไปให้หัวใจได้จดจำจางจางในความทรงจำไปเที่ยว
งานวัดกันไหมหากคำชวนนี้ก้องอยู่เมื่อ10ปีก่อนพวกเราคงรีบตอบตกลง และ
นั่งนับวันรอจนแทบจะหายใจเข้าออก เฝ้านับวันถอยหลังที่จะให้ถึงวันที่จะได้
ไปเที่ยวไว ๆ      ภาพความทรงจำในการไปเที่ยวงานวัดผู้คนเดินทางเต็มคัน
รถสองแถวที่บรรทุกคนมาจนแน่นแทบจะหาที่จอดรถไม่ได้   ส่วนชาวบ้านที่
อาศัยอยู่ในที่ไกลๆก็ใช้การเดินทางทางเรือมาจอดที่ท่าน้ำบริเวณฝากข้ามเรือ
ในปัจจุบัน มีเรือเรียงรายนับ10 คัน       ที่ขนพ่อแม่ ลูกหลานภาพของสายใย
ความรักที่ถ่ายทอดจากมือน้อยๆที่จับมือแม่ไว้ ตาก็มองสิ่งรอบๆตัวด้วยความ
ตื่นตาตื่นใจ ภาพของคนเถ้าคนแก่ที่คล้องแขนลูกหลานมาซึมซับความทรงจำ
ในวัยเด็ก       ภาพของความสนุกสนานเสียงหัวเราะที่ดังก้องกังวานถึงแม้สิ่ง
เหล่านี้จะเป็นภาพอดีต  ที่ได้แปรผันไปตามกาลเวลาหากแต่ในปัจจุบันงานวัด
ก็ยังคงเป็นศูนย์รวมความสุขเพราะ  เมื่อเราเดินทางเข้ามาในบริเวณงานนอก
จากร้านค้าที่เรียงรายมากมายแล้ว  ร้านอาหารก็มีมากไม่แพ้กัน    ไม่ว่าจะเป็น
ก๋วยเตี๋ยวเรือที่ยกเรือมาขึ้นฝั่งให้เห็นกันจะจะ.........เรื่องรสชาติไม่ต้องพูดถึง

อร่อยจนอดใจไม่ไหวต้องสั่งชามที่สอง เ ดินออกจากร้านไม่ทันตั้งตัวกลิ่นหอมของหอยทอดก็มาคล้องแขนกึ่งๆจะลากขาให้เข้าไปชิม..กะทะ
ที่ใหญ่ได้ใจ ท่าทางคนทอดที่ทุ่มสุดตัวถึงอิ่มแต่ขาก็ก้าวเข้าไปแล้ว..... แล้วก็ถึงเวลาเดินย่อยอาหารดูเครื่องเล่นนานาชนิด เริ่มต้นแบบแมนๆ
ด้วยการไปฝึกยิงปืนเดินดูเด็กๆ ที่สนุกสนานกับม้าหมุนที่ถอดแบบจินตนาการในตัวการ์ตูนต่างๆ มาให้พวกเราได้สัมผัสแบบใกล้ชิดผู้คนทั้ง
เด็กและผู้ใหญ่มุงดูการช้อนปลาจากกระดาษที่เราแอบลุ้นอยู่ในใจว่าเขาจะได้กี่ตัว  และเราจะฉีกยิ้มกว้างๆเมื่อได้เล่นชิงช้าสวรรค์ เป็นเครื่อง
เล่นที่แสนสนุก.....เหมือนเราได้ล่องลอยขึ้นไป
ที่ละนิด หมุนวนเวียนเป็นวงกลมวนรอบไปมา
และเมื่อกระเช้าหยุดอยู่ตรงจุดที่สูงสุด ภาพที่
มองจากมุมข้างบนทำให้เราได้เห็นบรรยากาศ
ของงานวัดทั้งงาน   แสงไฟที่แข่งกันส่องประ
กายตามร้านค้าต่างๆ ที่ส่องแสงสีเหลือง สีฟ้า
สีชมพู เหมือนจะแข่งกันประกายความสวยให้
แววตาเราได้เปล่งประกายความสุข  และหัวใจ
เราพองโตจนแทบจะเก็บเข้าไม่ทัน เมื่อค่ำคืนนี้
จะจบ ด้วยการปูเสื่อ นั่งดูหนังกางแปลง  เสียง
ของนักพากย์ที่คุ้นหู จอหนังที่ใหญ่โตเหลือเกิน ในความทรงจำครั้งนั้นเสียงของลำโพงแข่งกัน มากระตุ้นให้การทำงานของหัวใจที่ดังเหมือน
เสียงวู๊ดของรถไฟ  ใครหนอ ได้รวบรวมความ
สนุกสนานให้เราได้ถ้อยทีถ้อยอาศัย กับวันเวลา
ได้มีเวลาอ้อยอิ่งกับจังหวะชีวิตที่ทอดทางเดิน
ให้เก็บเกี่ยวความทรงจำในงานวัด....ที่อบอวล
ไปด้วยความสนุก   ที่แอบชม้ายตาเชิญชวนให้
เราได้นำใจไปล้อมวงเล่าเรื่องราว ให้เป็นความ
ทรงจำที่แสนวิเศษ.....ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนาน
แค่ไหน   เรื่องราวดีดีเหล่านี้ก็ยังคงถูกเก็บไว้ที่
ก้นบึ้งของหัวใจ  รอฤดูกาลของชีวิตหมุนเวียน
มาเคาะประตู  ให้เราเปิดรับความสนุก อีกครั้ง
...ไม่รู้เบื่อ
   
หนังกลางแปลง หนังดีดีที่ไม่ต้องตีตั๋ว
แม่นเท่าไหร่ได้ความสุขเท่านั้น
น้ำอัดลมโบราณ น้ำหวานหลากสี
สายไหม การเล่นกลของน้ำตาลทราย
 
เพลิดเพลินมาเดินด้วยกัน ชักไหมฝันถึงรถไต่ถัง หยอกเย้าบนชิงช้าร่วมกันถ่ายรูปคู่กันกินขนมจีนข้างทาง  เจาะรั่วปีนต้นไม้แอบฟังลูกทุ่ง
วงดัง ดูหนังขายยา...
 
ขอขอบคุณพิเศษ   พี่เกียรติศักดิ์ผู้จุดประกายไอเดียดีดี  : เพลง งานวัด /วงเพื่อน

 

 

Copyright : 2005 All Rights Reserved Web 800x600 PixelsText Size : Medium   
web master by kamhang and friend