| |
|
|
| |
|
|
| |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
วัดบางกะพ้อมเป็นวัดโบราณตั้งอยู่ในเขตตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา
จังหวัดสมุทรสงคราม สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2312 สมัยกรุงธนบุรี
ตามประวัติคำบอกเล่า กล่าวว่า มีสามีและภรรยาคู่หนึ่ง ตั้งบ้านเรือน
อยู่บริเวณวัดในปัจจุบัน มีอาชีพสานกะพ้อมขาย กะพ้อมเป็นภาชนะ
สานด้วยไม้ไผ่ สำหรับใส่ข้าวเปลือก มีลักษณะก้นตอบ กลางป่อง และ
ปากสอบ การสานกะพ้อมนั้นจะต้องเริ่มสานที่ก้นก่อน โดยผู้สานจะ
ต้องเข้าไปอยู่ด้านใน ค่อย ๆ สานขึ้นรูปจนถึงปาก วันหนึ่งกองทหาร
พม่ายกมาปล้นบ้านเรือนชาวบ้านในเมืองสมุทรสงคราม ทหารพม่า
ได้เข้าปล้นบ้านสามีภรรยาคู่นี้ด้วย ขณะนั้นสองสามีภรรยากำลังสาน
กะพ้อมอยู่ตามปกติ เมื่อทหารยกกำลังมาถึง ทั้งสองคนก็มุดนั่งลงใน
กะพ้อม ต่างคนต่างเงียบอยู่ในกะพ้อม แล้วตั้งสัตย์อธิษฐานว่าขอให้
ปลอดภัยจากพม่า แล้วจะยกบ้านเรือน ที่ดิน สร้างวัดไว้ในพระพุทธ |
|
| |
ศาสนา เมื่อพม่าถอยกลับไปแล้ว ปรากฏว่าทั้งสองคนปลอดภัย และทรัพย์สินไม่มีอะไรได้รับความเสียหาย
เป็นที่น่าอัศจรรย์ หลังจากนั้นจึงได้บริจาคที่ดิน บ้านเรือน สร้างวัดตามที่ตั้งจิตอธิษฐานไว้ ส่วนตัวเองต้อง
ปลูกบ้านใหม่อยู่ข้างวัดนั่นเอง ชาวบ้านพากันเรียกชื่อวัดนี้ว่า " วัดบังกะพ้อม " แต่ยังสร้างไม่สำเร็จเรียบ
ร้อยดี ตามคำบอกเล่าสืบต่อกันมาได้มีเชื้อพระวงศ์ในราชวงศ์จักรี ทรงผนวช และจำพรรษาที่วัดนี้ ในรัช
สมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยครองราชสมบัติจนได้เลื่อนเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เป็นเจ้าอาวาสในยุค
นั้น ท่านได้บูรณะปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมวิหารพระพุทธบาท และบูรณะภาพจิตรกรรมฝาผนัง ด้วยฝีมืออัน
ประณีตงดงามมาก ซึ่งสันนิษฐานว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว อาจทรงรับเป็นพระราชธุระใน
การบริหารวัดบางกะพ้อมแห่งนี้ รูปทรงสถาปัตยกรรมจึงออกมาในรูปที่เห็น เป็นศิลปะในสมัยรัชกาลที่ 3
โดยเฉพาะ ภายในวิหารซึ่งก่อสร้างตามแบบจีนมีเครื่องถ้วยชามเบญจรงค์ฝังไว้ มีประตูลมเข้า - ออก สอง
ประตู และเป็นที่เก็บรักษาของดีที่ไม่มีที่ไหนเหมือน คือจิตรกรรมฝาผนังนูน ศิลปะปูนปั้นฝีมือยอดเยี่ยม
งดงาม บรรยายภาพพุทธประวัติ การเผยแพร่พระพุทธศาสนา และได้จำลองภาพสวนผลไม้ และวิถีชีวิต
ของชาวสมุทรสงครามได้เหมือนจริง โดยแบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ
ด้านที่ 1 กล่าวถึงพระพุทธบาททั้ง 5 แห่ง
ด้านที่ 2 เป็นภาพพุทธประวัติพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน
ด้านที่ 3 เป็นภาพพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานไปแล้ว 7 วัน
ด้านที่ 4 เป็นภาพพุทธประวัติรวมๆ ภาพตอนตรัสรู้ ภาพตอนได้รับอัครสาวกซ้าย-ขวา เป็นต้น
|
| |
|
| |
ภาพฝาผนังนูนนี้เรียงรายรอบผนังวิหารทั้ง 4 ด้าน พระวิหารประดิษฐานรอยพระพุทธบาท กล่าวกันว่า
เจ้านายในราชวงศ์จักรีองค์หนึ่งมาบวชจำพรรษาอยู่ที่วัดบางกะพ้อมเป็นผู้สร้างขึ้นประมาณสมัยรัชกาลที่
3-4 ลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาทรงทึบ มุงกระเบื้องดินเผา มีอิทธิพลของสถาปัตยกรรมจีน
หน้าบันปูนปั้นเป็นรูปบุคคลขนาดใหญ่ แต่งกายคล้ายทหารฝรั่ง และลายพันธุ์พฤกษา ซุ้มประตูพระวิหาร |
| |
ทำลักษณะคล้ายเก๋งจีนมีกรอบประตูเป็นรูปวงกลมประดับด้วยลวด
ลายปูนปั้น และประติมากรรมนูนสูง รูปทหาร หรือ ตุ๊กตาอับเฉา
ระบายสีตกแต่งทั้งด้านหน้า และหลังซุ้ม หน้าต่างตกแต่งด้วยลวด
ลายปูนปั้น และลายเทศ กรอบหน้าต่างเป็นรูปไข่ ภายในพระวิหาร
ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทไม้ประดับมุกซ้อนกัน 4 รอย มีขนาด
ใหญ่วัดโดยรอบยาว 18.50 เมตร สูง 1 เมตร ซึ่งแต่เดิมหุ้มด้วย
แผ่นเงิน แต่ถูกขโมยลักแผ่นเงินที่หุ้มไปในช่วงสงคราม รอยพระ
พุทธบาทนี้ ส่วนที่ลึกที่สุด เป็นไม้กระดานสามารถยกได้ ปัจจุบัน
รอยพระพุทธบาทดังกล่าว ยังคงความวิจิตรงดงามยิ่ง ด้วยเป็น
|
 |
|
| |
ไม้มะเกลือฝังมุก นอกจากนี้ยังมี อาคารสถาปัตยกรรมอีกหลายหลังที่เป็นโบราณสถานสำคัญของวัด เช่น
เก๋งจีน ด้านหลังพระวิหาร พระเจดีย์ พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ และพระวิหารแกลบ ซึ่งส่วนใหญ่มีรูป
แบบทางสถาปัตยกรรม แบบศิลปะอยุธยาตอนปลาย - รัตนโกสินทร์ตอนต้น กรมศิลปากรจึงประกาศขึ้น
ทะเบียนวัดบางกะพ้อมเป็นโบราณสถานของชาติ |
| |
|
|
| |
|
|
| |
รถยนต์
- เริ่มจากตัวเมืองสมุทรสงคราม ไปตามทางหลวงหมายเลข 325 ( สมุทรสงคราม-บางแพ ) ระยะ
ทางประมาณ 5 กิโลเมตร (ใช้เสันทางเดียวกันกับไปอุทยาน ร.2 แต่วัดบางกะพ้อมจะถึงก่อนอยู่ซ้ายมือ)
รถโดยสาร
สามารถเดินทางโดยรถสองแถว มีรถออกตลอดทั้งวันจากตัวตลาดในอำเภอเมืองสมุทรสงคราม รถ
สายแม่กลอง-โรงเจอัมพวา รถจอดฝั้งตรงกันข้ามกับธนาคารนครหลวงไทยสาขาสมุทรสงคราม
|
|
| สอบถามเส้นทางหรือรายละเอียดเพิ่มเติม :โทร 034-751334 |
| |