คว้าแชมป์มาครองได้หมดเคยคาดเข็มขัดแชมป์ทีเดียวถึง
5 เส้น ครั้งนั้นไม่มีนักมวยคนใด หาญเข้าต่อกรกับเขาเลย
ใครชกกับอภิเดชมีหนทางเสียมวยมากกว่าจะได้ สอนมวย
ไม่ว่าจะเป็นนักชกฉกาจฉกรรจ์อย่าง " อดุลย์ ศรีโสธร "
(แชมป์มงกุฎเพชร) , แดนชัย เพลินจิตร, จอมบุก สมพงษ์
เจริญเมือง,ราวี เดชาชัย, และเดชฤทธิ์ อิทธิอนุชิต เหล่านี้
ล้วนเคยลิ้ม รสเท้าของเขามาแล้วทั้งนั้น และผลัดกันแพ้
ผลัดกันชนะอยู่เสมอ หลังจากนั้น อภิเดช ศิษย์หิรัญได้หัน
ไปชกมวยสากลตามแบบอย่าง ของ เดชฤทธิ์ อิทธิอนุชิต
ในรุ่นเวลเตอร์เวท ชิงแชมป์มวยสากลทั้งเวทีราชดำเนิน
และลุมพินีเป็นผลสำเร็จทั้ง 2เวที และได้ขึ้นชกกับนักมวย
ต่างชาติ เอลิลิโอ อรันดาได้รับชัยชนะในยกแรกเป็นแชมป์
ภาคตะวันออก ต่อมาได้ชกป้องกันตำแหน่งกับนักมวยชาว
ญี่ปุ่นอีก2ครั้ง มีแข็งแรงก็มีอ่อนแอมีชนะก็มีแพ้ มีรุ่งเรือง
ก็มีเสื่อมถอย นี่เป็นสัจธรรมของชีวิตไม่มีผู้ใดยกเว้นแม้แต่
" จอมเตะแห่งบางนกแขวก " ของคนสมุทรสงคราม และ
ของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อสังขารไม่ไหวในขณะที่หัวใจ
ยังเต็มร้อย " อภิเดช ศิษย์หิรัญ " จำเป็นต้องแขวนนวม
และหายไปจากวงการมวยอยู่หลายปี โดยได้ไปประกอบ
อาชีพค้าขายมะพร้าว กับภรรยาและลูกอีก 3 คนอยู่ที่ห้วย
ขวาง ปัจจุบันเขามีอายุ 64 ปีและหวนกลับมาสู่วงการมวย
ด้วยการเป็นเทนเนอร์ให้กับนักมวย คณะ " แฟร์เท็คซ์ "
เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2548 องค์การบริหารส่วนจังหวัด
สมุทรสงคราม ร่วมกับจังหวัดสมุทรสงคราม ได้จัดพิธี
|
|