หน้าที่ : ๒
 


                   อำเภออัมพวา เป็นชุมชนที่มีมาก่อนสมัยรัตนโกสินทร์ มีผู้คนตั้งถิ่นฐานไม่มากนัก ต่อมาเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา เมื่อ
ปี พ.ศ. ๒๓๑๐ ได้มีผู้อพยพมาตั้งถิ่นฐานมากขึ้น  เพราะเป็นทำเลที่เหมาะแก่การเพาะปลูกและอยู่อาศัย ที่ทำการอำเภอในอดีต
อาศัยศาลาการเปรียญของวัดอัมพวันเจติยารามเป็นที่ทำการต่อมาได้ย้ายข้ามคลองไปอยู่ที่ศาลาการเปรียญวัดท้ายตลาด ตำบล
บางกระพ้อม    และต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองมาจนถึงปัจจุบัน    แต่ยังคงใช้ชื่ออัมพวา   เพราะบริเวณนี้เดิมเป็น
เรือกสวน มีต้นมะม่วงและต้นมะพร้าวเป็นจำนวนมาก


                    อำเภอบางคนที เดิมตำบลต่างๆ  ในอำเภอบางคนที  ขึ้นอยู่กับอำเภอดำเนินสะดวก  จังหวัดราชบุรี  จนถึงปี พ.ศ.
๒๔๓๗ ได้มีการแบ่งเขตการปกครองใหม่ จึงตั้งอำเภอขึ้นใหม่ ชื่อว่า อำเภอสี่หมื่น  ตั้งอยู่ปากคลองแพงพวย  แต่ยังขึ้นอยู่กับ
จังหวัดราชบุรี จนมาในปี พ.ศ.๒๔๔๗  ได้ย้ายที่ทำการอำเภอสี่หมื่น มาสร้างในที่ของวัดใหม่พิเรนท์ (วัดร้าง)  ใต้ปากคลอง
บางคนที จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น อำเภอบางคนที ตามชื่อคลอง และย้ายมาขึ้นอยู่กับจังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๔

                    สภาพแวดล้อม   จังหวัดสมุทรสงครามอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าชายเลนตลอดแนวชายฝั่งทะเล ๒๓ กิโลเมตร เป็น
พื้นที่ประมาณ ๘๔,๐๐๐ ไร่ ต่อมาทางราชการได้เปิดพื้นที่ป่าดังกล่าวให้ประชาชนเข้าอยู่อาศัยจับจองเป็นกรรมสิทธิ์ ป่าชาย
เลน  จึงถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว  และหมดสิ้นไปเมื่อประชาชนเปลี่ยนพื้นที่ป่าให้เป็นบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ เมื่อปี ๒๕๒๗  ต่อมา
แต่ชั่วเวลาเพียง ๕ ปี การเลี้ยงกุ้งกุลาดำก็ต้องล้มเลิกไปโดยสิ้นเชิง  เมื่อเกิดมลภาวะทางทะเล  ทำให้พื้นที่กว่าแปดหมื่นไร่ ถูก
ทิ้งให้เป็นบ่อเลี้ยงกุ้งร้าง ไม่สามารถใช้ประโยชน์ อื่นใดได้ตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๓๒ เป็นต้นมา     ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ
บริเวณชายฝั่งทะเลแม่กลองหมดไปพร้อมๆกับการล่มสลายของป่าชายเลน ทางจังหวัดจึงได้จัดทำโครงการป่าชายเลนขึ้นบน
ที่งอกชายฝั่งทะเลของจังหวัดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๓  โดยเฉพาะในเขตตำบลคลองโคน  และตำบลแหลมใหญ่  อำเภอเมือง
นอกจากนั้นยังมีป่าชายเลนที่ปลูกในพื้นที่กรรมสิทธิ์ในเขตตำบลยี่สาร  อำเภออัมพวา  และในเขตตำบลคลองโคน  แหลมใหญ่
อำเภอเมือง  ส่วนใหญ่ปลูกไม้โกงกาง รวมทั้งพันธ์ไม้ชายเลนที่ขึ้นเองในที่กรรมสิทธิ์กระจายอยู่ทั่วไป  บริเวณสองฝั่งคลองที่
น้ำทะเลขึ้นถึง

                     ทรัยากรและการประกอบอาชีพ   ประชากรส่วนใหญ่ร้อยละ ๘๐ มีอาชีพเกษตรกรรมและกสิกรรม  ได้แก่
การทำสวนมะพร้าว สวนผลไม้ เช่น ลิ้นจี่ ส้มโอ พืชผักต่างๆ ประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง พื้นที่เพาะปลูกของจังหวัด
ประมาณ ๑๔๒,๐๐๐ ไร่ ในเขตอำเภอบางคนที จะมีพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุด รองลงมาคืออำเภออัมพวา และอำเภอเมือง พืช
ที่สำคัญได้แก่ มะพร้าว,ส้มโอ,ลิ้นจี่ และข้าว

                      การทำสวนมะพร้าว    มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่สำคัญการทำสวนมะพร้าว  แบ่งออกเป็นสามประเภท  คือ
มะพร้าวผล, มะพร้าวตาล, มะพร้าวอ่อน
                      มะพร้าวผล   ปลูกในเขตอำเภออัมพวา    เนื่องจากอยู่ในเขตน้ำจืด น้ำเค็มขึ้นไม่ถึง  มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ
๕๑,๐๐๐ ไร่  มะพร้าวให้ผลผลิตมากในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง สิงหาคมของทุกปี  จะให้ผลผลิตมากกว่าช่วงอื่นๆ  ร้อยละ
๔๐-๕๐ จากนั้นจะให้ผลผลิตน้อยลงในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม
                      มะพร้าวตาล  จังหวัดสมุทรสงคราม  ถือว่าเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลที่ใหญ่ และเก่าแก่ที่สุด  เป็นผลจากการปลูก
มะพร้าวตาลในหลายพื้นที่ได้แก่ อำเภอเมืองในเขตตำบลนางตะเคียน ตำบลลาดใหญ่ ตำบลบางขันแตก อำเภออัมพวาในเขต
ตำบลบางนางลี่  ตำบลท่าคา ตำบลสวนหลวง ตำบลวัดประดู่  และอำเภอบางคนทีในพื้นที่ตำบลบางกระบือ  จอมปลวก  และ
ตำบลดอนมะโนรา ตำบลบางพรม รวมพื้นที่ปลูกมะพร้าวประมาณ ๔ หมื่นไร่เศษ มะพร้าวใช้ผลิตน้ำตาลปิ๊ป ให้ผลผลิตใน

ช่วงเดือนมีนาคม ถึงเดือนเมษายนของทุกปี ส่วนช่วงที่ให้ผลผลิตน้อยคือช่วงตุลาคมถึงมกราคม
                      มะพร้าวอ่อน  มีพื้นที่ปลูกน้อยกว่ามะพร้าวประเภทอื่นมาก  แหล่งปลูกที่สำคัญคืออำเภอบางคนที และอำเภอ
เมือง รวมพื้นที่ปลูกประมาณ ๘,๐๐๐ ไร่

                      การทำสวนลิ้นจี่   ลิ้นจี่ที่ปลูกกันได้ปลูกกันสองร้อยกว่าปี  พันธุ์ที่นิยมปลูกจะแตกต่างจากที่อื่น    คือพันธุ์ค่อม
พันธุ์พิเศษ พันธุ์ค่อมลำเจียก พันธุ์ไทย พันธุ์กะโหลกใบยาว และพันธุ์สาแหรกทอง    ซึ่งการออกผลและการเก็บผลทำได้ก่อน
ภาคเหนือ ประกอบกับลิ้นจี่สมุทรสงครามมีรสหวาน แตกต่างไปจากลิ้นจี่ที่อื่นๆ แหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ในตำบลบางสะแก
ตำบลเหมืองใหม่ ตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคนทีและอัมพวา รวมพื้นที่เพาะปลูกจำนวน ๕,๔๐๐ ไร่

                      การทำสวนส้มโอ  จังหวัดสมุทรสงครามปลูกส้มโอมาไม่น้อยกว่า ๑๕๐ ปี  อยู่ในเขตตำบลบางพรม  อำเภอ
บางคนที พื้นที่เพาะปลูกทั้งหมดมีประมาณ๗,๐๐๐ ไร่ โดยมีแหล่งผลิตสำคัญอยู่ในเขตอำเภอบางคนทีประมาณ ๓,๕๐๐
ไร่ อำเภออัมพวาประมาณ ๒,๕๐๐ ไร่ และอำเภอเมือง ๖๐๐ ไร่ ส้มโอเป็นผลไม้ที่ให้ผลผลิตทั้งปี ปลูกแล้วประมาณ ๓ -๕
ปีจะเริ่มให้ผลผลิต การเก็บส้มโอแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงเบาบาง (มกราคม-กรกฏาคม) ช่วงหนาแน่น (สิงหาคม-ธันวาคม)

                      การทำนาเกลือ   จังหวัดสมุทรสงครามเป็นแหล่งผลิตเกลือที่สำคัญของประเทศ   มีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ที่
ี่อำเภอเมือง ในตำบลบางแก้ว และตำบลลาดใหญ่ เนื่องจากลักษณะของดินเป็นดินเหนียวและดินเค็ม มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล
สะดวกต่อการขุดลอกรำลาง เพื่อนำน้ำเข้าสู่พื้นนา พื้นที่ทำนาเกลือมีประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่
                 

       
       

 
 


Copyright : 2005 All Rights Reserved Web 800x600 PixelsText Size : Medium
web master by kamhang and friend