เราต่างผ่านช่วงชีวิตที่ต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ระหว่าง
ร่องรอยของหยาดน้ำตา และรอยยิ้ม หลักไมล์ของชีวิต เคลื่อนไปข้างหน้าเสมอ ไม่ว่าพร้อมจะก้าว หรือถูกรั้งด้วย พันธะการของความเหนื่อยยาก คงมีสักครั้งที่เราพยายาม
แหงนหน้าขึ้นฟ้า เพื่อให้หยาดน้ำตาเหือดแห้ง อยากหลับ และลืมไปว่ารสชาติของความทุกข์ มันสั่นคลอนความเชื่อ มั่นแค่ไหน..เราต่างมีวันเวลาของความปวดร้าว ล้มและลุก
ในการใช้ชีวิต เพราะมันเป็นวัฏจักรที่ต้องมีบททดสอบให้ เรียนรู้และก้าวให้ผ่านเหมือนกับ "พี่บรรเลง" เจ้าของบ้าน กะลาบรรเลง ที่ตอบคำถามของการปล่อยให้ชีวิตได้เรียนรู้ ได้ดีเยี่ยม พี่บรรเลง ต้องร่ำลาชุดนักเรียน ตั้งแต่ยังไม่ได้
ทำบัตรประชาชน ช่วยงานทางบ้านได้สักพักเขาก็เดินหน้า เข้าสู่เส้นทางการทำงานโรงงานสิบกว่าปีที่คลุกคลีทำงาน
ในระบบโรงงาน... ดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย
|